top of page
Search
  • Writer's pictureCoachTai Musicparent

Ep.405 ญี่ปุ่นป๊อบ Pure Invention


หนังสือเล่มนี้ต่ายว่าเป็นหนังสือประวัติศาตร์แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน อ่านสนุก วางไม่ลง อยากติดตาม ไม่ใช่การเล่าเรื่องผ่านบุคคลสำคัญ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมกระแสหลัก แต่เป็นประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบันที่เล่าผ่าน สินค้าญี่ปุ่นที่เป็นตำนานระดับโลกอย่างเช่น Walkman, Famicom, Hello Kitty, Pikachu, Anime และบางช่วงก็ไปคาบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอเมริกาด้วย เนื่องจากผู้เขียนเป็นคนอเมริกัน

.

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราเองหรือในประเทศไทยเองก็ได้รับอิทธิพลญี่ปุ่นป๊อบเหล่านี้ไม่น้อย อะไรทำให้ประเทศญี่ปุ่นที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 และประเทศเองก็ย่อยยับ กลับมามีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมในโลกด้วย J-pop และความ คาวาอี้

.

เรื่องราวเริ่มต้นตั้งแต่รถจี๊ปอเมริกันที่ถูกผลิตมาจากเศษขยะและได้ปรับปรุงจนสามารถส่งออกไปขายที่อเมริกาและยุโรป และทำให้ของเล่นญี่ปุ่นสามารถตีตลาดของเล่นอเมริกาได้ และยังก่อกำเนิดบริษัทของเล่นชื่อดัง Tomy ที่ยังขายของให้ลูก ๆ เราเล่นกัน

.

ต่อมาเป็นเรื่องของ เจ้าหนูปรมาณู (Mighty Atom) ก็เป็นการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จและเริ่มเปิดประตูให้กับอะนิเมะทางทีวีเรื่องอื่น ๆ ตามมา และเราจะได้ติดตามประวัติศาสตร์ของมังงะ แอนิเมชั่น ความยากลำบากของนักเขียนการ์ตูน การประท้วงครั้งใหญ่ของวงการในช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่ของญี่ปุ่น แล้วเจ้าหนูปรมาณูในชื่อใหม่ว่า Astro Boy ก็ได้ออกฉายบนเครือ NBC ของอเมริกา

.

การเข้าไปตีตลาดอเมริกาของทั้งของเล่นและการ์ตูนเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก เพราะอเมริกาช่วงหลังสงครามยังมองว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศแพ้สงคราม ของเล่นญี่ปุ่นที่นำเข้าไปขายในอเมริกาต้องระบุว่า Made in Occupied Japan ซึ่งมี sense ว่าอเมริกายัง occupy ญี่ปุ่นอยู่

.

การเรียนรู้วัฒนธรรมสังคมผู้ชายเป็นใหญ่ ซาลารีแมนผ่านการกำเนิดและวิวัฒนาการของคาราโอเกะ ตอนที่มันเกิดขึ้นครั้งแรกเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากที่เสียงร้องของเราออกลำโพงพร้อมกับเสียงเพลง คาราโอเกะเริ่มต้นจากการเป็นตู้หยอดเหรียญซซึ่งทำรายได้อย่างมหาศาล และก็แน่นอนว่าได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปขายดีต่อที่อเมริกาด้วย คำว่าคาราโอเกะ คารา แปลว่า ที่ว่าง โอเกะ เป็นคำย่อของออเครสตร้า คำนี้จึงสื่อถึงดนตรีบรรเลงที่ไม่มีเสียงร้อง

.

สินค้า คาวาอี้ อย่าง Hello Kitty ก็เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมอเมริกาไปด้วย ก่อนหน้าคิตตี้จะไปถึงอเมริกา ผู้ใหญ่จะไม่ใช้ของที่น่ารัก แต่จะใช้ของที่ look professional การเข้าไปของคิตตี้ทำให้สาว ๆ สามารถใช้ของที่น่ารักได้ในทุกช่วงอายุ ซานริโอยังเป็นบริษัทที่มีพนักงานผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย (เป็นเรื่องแปลกในญี่ปุ่นขณะนั้น) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักออกแบบ ตอนนี้คิตตี้ออกมาสู่ตลาดครั้งแรกยังไม่มีใครคิดว่าจะเป็นสินค้าที่โด่งดังและครองใจคนทั้งโลกขนาดนี้

.

อีกหนึ่งสินค้าที่ออกมาเปลี่ยนวัฒนธรรมของโลกคือ Walkman ในยุคนั้นการที่เราสามารถพกพาดนตรีไปกับเราได้ทุกที่เป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก สำหรับยุคเราคงเป็นอารมณ์เหมือนตอนที่เรารู้จัก iPod หรือ iPhone ครั้งแรก

.

นอกจากนั้นญี่ปุ่นก็ยังตีตลาดอเมริกาต่อเนื่องด้วยเกมส์ Space Invader ต่อมาด้วย Pacman และ Gameboy ก็เป็นปรากฏการคล้าย Walkman ที่ในยุคนั้นจะเป็นครั้งแรกที่เรามีเครื่องเกมส์พกพาไม่ต้องคอยนั่งเล่น Famicom อยู่ที่บ้านเท่านั้นแล้ว บริษัทญี่ปุ่นก็ยังทยอยออกสินค้าที่ติดตลาดโลกออกมาเรื่อย ๆ เช่น โปเกมอน เป็นเกมส์ที่ Sony ก็ไม่ได้คิดว่าจะขายดี จึงออกเกมส์นี้มาเป็นเกมส์สุดท้ายสำหรับเกมบอยก่อนที่จะเลิกผลิต ปรากฏว่าโปเกมอนได้รับการตอบรับอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้ในหลายประเทศ Pokemon Go ในยุค Smart Phone เป็นเกมส์ฮิตที่มีคน download ติดอันดับโลก และทุกวันนี้ก็ยังมีคนเล่นเกมส์นี่อยู่อย่าง active (ที่บ้านต่ายเองก็มี Encyclopedia of Pokemon ซึ่งมีช่วงที่ลูกอ่านอยู่ทุกวัน แทบจะท่องชื่อได้ทุกตัว -_-) นี่ยังไม่นับรวม Final Fantasy ที่เป็นอีกปรากฏการณ์ไปทั่วโลก

.

Emoji ก็มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น ถือกำเนิดในช่วงที่ใช้เพจเจอร์กัน หลังจากยุคแรกที่เพจเจอร์รับข้อความได้เฉพาะตัวเลข เมื่อเพจเจอร์แพร่หลายจากซาลารี่แมนมายังนักเรียนหญิงญี่ปุ่น พวกเธอก็เริ่มใช้อิโมจิในการส่งข้อความ

.

ทามาก็อตจิที่ผู้ประดิษฐ์ก็ยังไม่แน่ใจตอนที่เริ่มขายว่าจะมีคนอยากซื้อเพื่อไปเก็บอึเจ้าสัตว์เลี้ยงนี้ ซึ่งทามาก็อตจิ version แรกที่ออกมาตั้งแต่ต่ายเด็ก ๆ ก็ยังมีขายถึงตอนนี้ แม้จะไม่ได้ฮิตเหมือนเดิม ใน Lazada, Shopee มีขายแน่นอน version ใหม่ ๆ ก็ไป collab กับ Sanrio เราสามารเลี้ยงตัวน่ารัก ๆ ของ Sanrio ได้แล้ว

.

ศัพท์คำว่า โอตาคุ คือผู้ที่ชื่นชอบอะไรมากๆๆๆ อย่างเช่น เกมส์ มังงะ อะนิเมะ เฮนไต แม้กระทั่ง AKB48

.

เกมส์ในยุคหลังที่ยังอยู่ในความทรงจำคนรุ่นราวคราวเดียวกับต่าย อย่างเช่น Pacman, Tetris, Donkey Kon ที่ได้วิวัฒนาการมาเป็น Super Mario ก็มี merchandiser วนเวียนมาให้เห็นกันอยู่เป็นระยะ ล่าสุดต่ายก็ได้ไปดู animation เรื่อง The Super Mario Bros. Movie กันมา

.

มีอีกหลายเรื่องราวที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ค่ะ แม้ว่าขณะนี้ญี่ปุ่นจะไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่งในหลาย ๆ วงการอย่างที่เคยเป็นแล้ว เชื่อได้เลยค่ะว่าหลาย ๆ เรื่องในหนังสือเล่มนี้เราจะรู้สึกร่วมไปกับมันอย่างแน่นอน สิ่งที่เรียนรู้คือมีหลาย ๆ ตัวอย่างที่ผู้สร้างก็ไม่แน่ใจหรอกว่าของเรานี้จะดังระดับโลกอย่างนี้ เช่น Hello Kitty, Pokemon, Tamagotchi ดังนั้นสำหรับต่าย หลาย ๆ อย่างเราไม่รู้หรอกว่าทำแล้วจะออกมาดีหรือไม่ เราก็แค่ทำมันออกมาแล้วเราก็จะรู้ค่ะ

.

.

ป.ล. หลังเขียน content นี้เสร็จก็ตระหนักได้ว่าในบ้านมีของ Sanrio เยอะมาก ต่ายจำได้ตอนที่ Sanrio เข้ามาในไทยใหม่ ๆ มีการประกวดกันที่เซ็นทรัลลาดพร้าวว่าใครมีของ Sanrio เยอะที่สุด ใครจำเหตุการณ์นี้ได้เหมือนต่ายบ้างคะ


コメント


bottom of page